เมืองกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง (广东省)


กวางโจว (กวางเจา) แบ่งการปกครองออกเป็น 21 เมืองใหญ่ 30 เมืองระดับอำเภอ 42 อำเภอและ 3 เขตปกครองตนเอง ตั้งอยู่ตอนใต้สุดของประเทศ ทางใต้ติดกับทะเลจีนใต้ ใกล้กับเกาะฮ่องกงและมาเก๊า เป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ภูมิประเทศ

พื้นที่ทางเหนือยกตัวสูงทางใต้ต่ำ มีเทือกเขาและภูเขาขนาดเล็กตัดสลับกับที่ราบ มีแม่น้ำจูเจียง แม่น้ำสายยาวเป็นอันดับสามของประเทศไหลผ่านเป็นระยะทาง 2,122 กิโลเมตร มีพื้นที่บนแผ่นดินใหญ่ราว 178,600 ตร.กม.พื้นที่รวมของเกาะแก่งต่างๆราว 1,600 ตร.กม. ชายฝั่งทะเลยาวทั้งสิ้น 4,310 กิโลเมตร พื้นที่ภูเขามีสัดส่วน 31.7% เทือกเขาขนาดเล็ก 28.5% ที่ราบสูง 16.1% ที่ราบ 23.7%

ภูมิอากาศ

อยู่ในเขตร้อนชื้น พื้นที่เกือบทั้งหมดมีสภาพภูมิอากาศแบบมรสุมเขตร้อนแถบเอเซีย ดังนั้น จึงมีฤดูร้อนที่ยาวนานและฤดูหนาวที่อบอุ่น ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,366 มิลลิเมตรต่อปี อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีระหว่าง 19-22 องศาเซลเซียส

ทรัพยากร

มีทรัพยากรแร่ธาตุที่ค้นพบและเป็นแหล่งคลังแร่ 89 ชนิด ได้แก่ ถ่านหิน แร่เหล็ก ถ่านเลน หินควอทซ์ (หินเขี้ยวหนุมาน) ดินที่ใช้ทำเครื่องปั้นดินเผา แร่เยมาเนียม เป็นต้น มีพื้นที่เพาะพันธุ์สัตว์น้ำทะเล 7,800 ตร.กม. เพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืด 4,300 ตร.กม. ผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญคือ ข้าว ผัก ผลไม้และต้นป่าน เป็นต้น ไม้เศรษฐกิจได้แก่ ไม้สน ไม้ฉำฉาและไม้จื่อ เป็นต้น ผลไม้ขึ้นชื่อ ได้แก่ สัปปะรด กล้วย ลิ้นจี่ ลำไย และส้ม

ประชากร

86.42 ล้านคน (มีนาคม 2001) กว่างตงมีหลากหลายเชื้อชาติรวม 53 กลุ่ม นอกเหนือจากฮั่นแล้ว ยังมี จ้วง เย้า มุสลิม แมนจู อี๋ หลี แม้ว เป็นต้น

เศรษฐกิจ

ปี 2003 ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ครึ่งปีแรกของมณฑล มีมูลค่า 582,200 ล้านหยวน เฉพาะของเมืองกว่างโจวมีมูลค่า 153,000 ล้านหยวน มูลค่าการนำเข้าและส่งออกของมณฑลในครึ่งปีแรกรวมทั้งสิ้น 124,570 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 27.3% และ การใช้เงินตราต่างประเทศในครึ่งปีแรก ใช้ไป 8,076 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 28.7%

ส่วนทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการคมนาคมในเมืองปักกิ่งคือ รถไฟใต้ดิน รวดเร็วและราคาถูก วิ่งผ่านจุดสำคัญๆ ของเมืองเกือบทุกจุด รถประจำทางก็วิ่งทั่วเมืองเช่นกันแต่หากไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ก็อาจจะมีปัญหาเรื่องการสื่อสาร แท็กซี่ก็ไม่แพงนักและสะดวกสบายโดยเฉพาะในยามค่ำคืน แต่ไม่ควรใช้ในช่วงเร่งด่วนของวัน

รายได้พลเมืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉลี่ยต่อคนของชาวเมืองในครึ่งปีแรกของปี 2003 คิดเป็น 6,498.7 หยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 10.2% รายได้เฉลี่ยต่อคนของประชาชนในชนบทอยู่ที่ 1,957.6 หยวน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว 6.4%

อุตสาหกรรมเบามีความสำคัญที่สุดในมณฑล นอกจากหัตถกรรมแล้ว อุตสาหกรรมเบาที่เฟื่องฟูที่สุดได้แก่ การแปรรูปอาหาร และการผลิตเสื้อผ้า สิ่งทอ การฟอกน้ำตาลกระจุกอยู่ในกว่างโจว ตงกวน ซุ่นเต๋อ เจียงเหมิน และซัวเถา นอกจากนี้ ในกว่างโจว ฝอซัน และซุ่นเต๋อ ยังมีอุตสาหกรรมสาวเส้นใยไหมและการทอที่พัฒนาก้าวหน้า สำหรับอุตสาหกรรมหนักได้แก่ การแปรรูปโลหะ การผลิตเครื่องจักร การต่อเรือ และการสร้างเรือ การผลิตพลังงานไฟฟ้า และเหมืองแร่

อุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์พลาสติก อาหาร เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ พลังงานไฟฟ้า อุตสาหกรรมหลอมโลหะ


สถานที่ท่องเที่ยวของเมืองกวางโจว

1. พิพิธภัณฑ์ ดร.ซุนยัดเซ็น ( Dr.Sun Yat Sen Memorial ) สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง ดร.ซุนยัดเซ็น ซึ่งถือว่าเป็นบิดาของคนจีน ยุคใหม่เป็นผู้ที่มีพระคุณกับชาวจีนอย่างใหญ่หลวงเพราะเป็นผู้ที่ปลดปล่อยชาวจีน ให้รอดพ้นจากสังคมเดิมที่ล้าหลัง และระบบกษัตริย์ราชวงศ์ชิง

2. อนุสาวรีย์ 5 แพะ ( Five Goat Monument ) สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงเทพเจ้าที่ดลบันดาลให้เมืองกวางโจวมีความเจริญอุดมสมบูรณ์ทางเกษตรกรรม และถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองกวางโจวมาจนปัจจุบันนี้

3. เกาะซาเหมี่ยน ( Shamian Island ) เคยเป็นเขตสัมปทานเช่าของอังกฤษและฝรั่งเศสในช่วงหลังจากสงครามฝิ่น ปัจจุบับเกาะนี้เป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่นิยมความเงียบสงบ อาคารบ้านเรือนยังคงมีรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรป นอกจากนี้ยังมีร้านค้าร้านกาแฟริมทาง และบาร์ตามแบบชาวยุโรป

4. วัดไทรหกต้น ( Temple of the Six Banyan Trees ) วัดไทรหกต้นเป็นวัดที่สร้างเมื่อประมาณ ค.ศ. 537 ปัจจุบันไม่มีต้นไทรหลงเหลืออยู่

5. วัดแห่งความกตัญญู ( Bright Filial Piety Temple ) วัดแห่งนี้เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเมืองกวางโจว

6. ตลาดฉิงปิง ( Qingping Market ) ตลาดแห่งนี้เป็นที่รวมของสินค้าจำพวกสมุนไพร และสัตว์ตากแห้งชนิดต่างๆ


กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เทพห้าองค์ได้ทรงประทับแพะลงมาจากสวรรค์ และบันดาลเมืองกวางโจวขึ้นมา ตำนานความเป็นมานี้เอง ทำให้ผู้คนเรียกเมืองนี้ว่า "เมืองแพะ" หรือหยางเฉิน นอกจากนี้ยังปรากฎอยู่ในชื่อสถานที่อีกหลายแห่งของเมืองนี้ แม้แต่หนังสือพิมพ์ของกวางโจวยังมีชื่อว่าข่าวภาคค่ำของเมืองแพะ หรือ หยางเฉินหวั่นเป้า


  • กวางโจวตั้งอยู่ 28 ไมล์ ขึ้นไปทางต้นน้ำจากประตูพยัคฆ์ หรือหูเหมิน โดยมีประชากรประมาณ 5 ล้านคน และจากจำนวนนี้เป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเขตตัวเมืองประมาณกว่า 2.2 ล้านคน เมืองนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตอบอุ่น เนื่องจากอยู่ใต้เส้นทรอปิคออฟแคนเซอร์เพียงไม่กี่ไมล์ แต่มีประมาณ 2 - 3 วัน ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งทำมุมรับแสงอาทิตย์โดยตรงและร้อนจัด โดยมีอุณหภูมิเฉลี่ยราว 22 - 28 องศาเซลเซียส ในช่วงที่ร้อนที่สุดของฤดูร้อนประมาณเดือนกรกฎาคม อุณหภูมิประมาณ 13 องศาเซลเซียส ในเดือนมกราคมเป็นช่วงหนาวที่สุดของปี กวางโจวไม่เคยมีปรากฎการณ์เกิดขึ้นน้ำแข็ง
  • กวางโจวมีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดจากเมืองอื่นของจีนทางตอนเหนือ กวางโจวเป็นเมืองใหญ่ที่เติบโตมาจากธุรกิจการค้ามากกว่า จากงานอุตสาหกรรมอย่างเมืองเซึ่ยงไฮ้ ภาษาที่ใช้ที่นี่เป็นภาษากวางตุ้ง ซึ่งเป็นภาษาไม่เหมือนจีนทางเหนือ ภาษากวางตุ้งมีการผันเสียง 9 เสียง ในขณะที่ภาษาจีนกลางมี 4 เสียง และเป็นภาษาที่ยังคงพยัญชนะที่ปิดพยางค์ท้าย คำบางคำซึ่งไม่มีในภาษาจีนกลาง
  • นอกจากนี้อาหารกวางตุ้งก็มีความแตกต่างไปจากอาหารจีนในภูมิภาคอื่นๆ อาหารของที่นี่มีความหลากหลายทั้งในด้านวัตถุดิบ และการปรุงกว่าที่อื่น แต่มักถูกนำมาล้อเลียนอยู่เสมอ ชาวจีนในภูมิภาคอื่นมีคำกล่าวเชิงขบขันเกี่ยวกับการรับประทานอาหารของคนกวางตุ้งว่า "คนกวางตุ้งกินทุกอย่างที่บินได้ เว้นแต่เสียเครื่องบิน และกินทุกอย่างที่มีสี่ขาเว้นแต่โต๊ะและเก้าอี้" คุณจะมีโอกาสได้เห็นอาหารรูปแบบต่าง ๆ
มหาวิทยาลัยในเมืองกวางโจว

Guangdong University of Foreign Studies

South China Normal University